New Distributor / New Q2

Audi
2017 : New Distributor / New Q2

เมื่อ 10 ตุลาคม 2016 ที่ผ่านมา เกิดเรื่องเรื่องเซอร์ไพรส์ในวงการธุรกิจ
ยานยนต์ เมื่อ Audi AG. จากเยอรมนี ตัดสินใจเซ็นสัญญา แต่งตั้ง บริษัท
ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ของ “กฤษฎา ล่ำซำ” (โดยมี “นวลพรรณ ล่ำซำ”
เป็นหุ้นส่วน) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ ค่ายสี่ห่วง จากเยอรมนี
รายใหม่ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หลังจากคู่สัญญาเดิมอย่างบริษัท
เยอรมันมอเตอร์เวอร์คส์ ในเครือ ยนตรกิจ ของตระกูล ลีนุตพงษ์ กำลังจะ
หมดสัญญา และ หลุดมือไปในที่สุด

ถือเป็นเรื่องที่ไม่เกินไปจากความคาดหมาย เพราะก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าว
ว่าทาง Audi เอง ก็เล็งที่จะมองหาผู้จำหน่ายรายใหม่ในบ้านเรามานานแล้ว
เพราะชาวเยอรมัน ตัดสินใจไม่เข้ามาทำตลาดเอง โดยจะให้สิทธิ์กับกลุ่ม
นักธุรกิจในไทย รายใหม่ เข้ามาดูแลแบรนด์ Audi ในเมืองไทยแทน

อย่างไรก็ตาม เยอรมันมอเตอร์เวอร์คส์ ก็ออกมาป้องกันตัว โดยระบุว่า ยัง
เป็นผู้จำหน่าย Audi ในเมืองไทยอยู่ และทางบริษัทแม่ในเยอรมนี มีสิทธิ์
แต่งตั้งผู้จำหน่ายรายอื่นเพิ่มเติมได้ เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ก็ยังสามารถเข้า
ไปใช้บริการได้ที่โชว์รูมถนนเทียนร่วมมิตร ย่านพระราม 9 ได้ตามปกติ ซึ่ง
ก็ยังคงเป็นไปตามนั้น เนื่องจากสิทธิ์ในการจำหน่าย Audi ของผู้จำหน่าย
รายเดิม จะยังเหลืออยู่อีกราวๆ 1 ปีนับจากนี้

ตอนนี้ ไมซ์สเตอร์ เทคนิค ได้ดึงตัว มือดีจาก Mercedes-Benz ซึ่งเป็น
หนึ่งในเครือญาติของตระกูล ล่ำซำ ไปเริ่มต้นบริหารงานแล้ว

สำหรับรถยนต์รุ่นแรกที่น่าจะเอาเข้ามาเปิดศักราชใหม่ให้กับแบรนด์
สี่ห่วง ในบ้านเรา น่าจะเป็น Audi Q2 B-Segment Crossover SUV
ที่เปิดัวในตลาดโลก มาตั้งแต่ 1 มีนาคม 2016 ณ งาน Geneva Auto
Salon

ในภาพรวมแล้ว Q2 ก็คล้ายกับการนำ A3 Sportback มายกสูงขึ้นนิดๆ
นั่นเองโดย Q2 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และลูกค้าที่
มักใช้รถยนต์ในเมืองเป็นหลัก อีกทั้งยังคาดหวังให้โดนใจจะได้กลุ่ม
ลูกค้าหน้าใหม่ที่ไม่เคยซื้อรถยนต์แบรนด์ Audi มาก่อน

ถึงแม้สัดส่วนตัวถังภายนอกแทบจะดูคล้ายกับ Audi A3 แต่ทีมวิศวกร
กลับพัฒนา Q2 ให้มีเนื้อที่ศีรษะห้องโดยสารตอนหลังโปร่งกว่า A3 อีก
นิดนึง แถมมีเนื้อที่ห้องสัมภาระท้าย 405 ลิตร เมื่อพับเบาะก็จะจุได้
1,050 ลิตร

ขุมพลังในตลาดโลก มีให้เลือกทั้งแบบ เบนซิน 3 สูบ 1.0 ลิตร TFSI
114 แรงม้า (BHP), 1.4 ลิตร TFSI พร้อมเทคโนโลยีพักกระบอกสูบ
เมื่อไม่จำเป็น, 2.0 ลิตร TFSI 187 แรงม้า (BHP) , กับ Diesel ขนาด
1.6 ลิตร Turbo TDi 114 แรงม้า (BHP) และ Diesel  2.0 ลิตร TDI
ที่มีให้เลือกทั้งรุ่น 148 แรงม้า (BHP) และ 187 แรงม้า (BHP)

อย่างไรก็ตาม การทำตลาด ของ Audi ในบ้านเรา คงต้องทำใจว่าอาจ
เห็นขุมพลัง TDi Diesel Turbo ยากหน่อย เพราะ Audi AG ยังกังวล
กับมาตรฐานของน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอยู่ไม่น้อย

กำหนดการเปิดตัว คาดว่า น่าจะมาพร้อมการ Re-Launch แบรนด์ Audi
ในเมืองไทยอีกครั้ง ช่วงเดือนมีนาคม 2017 ก่อนหน้างานแสดงรถยนต์
ประจำปี Bangkok International Motor Show เล็กน้อย ส่วนรุ่นอื่นๆ
ทั้ง Q3 , Q7 , TT , A5 และ A6 จะทะยอยตามมาในภายหลัง

HyperCar

ในปี 2018 นั้น ยังมีอีกโครงการที่น่าสนใจในระดับเรียกน้ำลายจากเหล่า
เด็กเนิร์ดบ้ารถทั้งหลาย ให้แตกฟองจนฟูมปากไปเลย นั่นคือ HyperCar
คันแรก Aston Martin AM-RB 001 ที่ออกแบบโดย Adrian Newey
นักออกแบบรถแข่ง Formular 1 หัวหน้าวิศวกรฝ่ายเทคนิค ของทีมแข่ง
Red Bull Racing Team รายละเอียดที่มีการเปิดเผยออกมา น้อยมาก
มีเพียงแค่ว่า AM-RB 001 จะวางเครื่องยนต์ V12 สูบ ที่ให้กำลังสูงถึง
900 แรงม้า (BHP) Andy Palmer ยืนยันว่า “มันจะต้องเป็นรถสปอร์ต
ที่หรูหราสุด และต้องแรงสุด เร็วที่สุด” คาดว่าจะผลิตออกมา 2 เวอร์ชัน
ทั้งแบบปกติสำหรับลูกค้าระดับอภิมหาอมตะโคตรเศรษฐี ใช้ขับขี่เล่น
บนถนนตามกฎหมายปกติ และเวอร์ชันพิเศษ 25 คัน สำหรับลงแข่ง
ในสนาม จากจำนวนยอดผลิตทั้งหมดแค่ 99 คัน เท่านั้น

Aston Martin มีกำหนด ส่งมอบรถรุ่นนี้ ได้ในช่วงปี 2018 ไม่ต้องถาม
ถึงค่าตัว เพราะเมื่อถึงตอนนั้น คิวสั่งจองจากลูกค้า Ultra VIP ทั่วโลก
คงเต็มไปหมดแล้ว

GT DB11

ปี 2016 Aston Martin เพิ่งเปิดตัว รถสปอร์ต GT DB11 ในงาน Geneva
Auto Salon ต้นเดือนมีนาคม 2016 จากนั้น MGC (กลุ่ม Millennium)
ก็รีบฉวยโอกาส คว้ารถคันต้นแบบ บินมาเปิดตัวที่เมืองไทย อย่างฉับไว
ในงาน Bangkok International Motor Show ปลายเดือนเดียวกัน!
พร้อมกับนำ DB10 รถสปอร์ตต้นแบบ ที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับการถ่ายทำ
ภาพยนตร์ James Bond 007 ตอน SPECTACLE มาอวดโฉมให้ชาว
ไทยได้ยลกันด้วย นั่นเท่ากับว่า DB11 ขุมพลัง V12 สูบ 5.2 ลิตร 608
แรงม้า (PS) ถูกเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการไปแล้ว และ
DB11 เป็นเพียงแค่ 1 ในบรรดา 5 รุ่น ที่ Aston Martin ต้องเตรียมส่ง
ขึ้นโชว์รูม นับจากปี 2016 – 2021 อย่างที่ Andy Palmer CEO ซึ่งเคย
ย้ายกลับมาจาก Nissan Motor เคยกล่าวไว้ (คนนี้แหละ เคยกำหนด
ให้งานเปิดตัวรถกระบะ NP300 Navara จัดขึ้นที่เมืองไทย!)

Mitsubishi Pajero

Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 2017 ราคา 1.52 ล้านบาท

News ข่าวรถยนต์รถใหม่ข่าวรถ Mitsubishi
ปรับใหม่ Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 2017 ราคา 1.52 ล้านบาท

November 23, 2016 3650 views Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium
Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 1
Advertising
ปรับใหม่ Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 2017 ราคา 1.52 ล้านบาท

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดเปิดตัว Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 2017 ครั้งแรกในโลกที่บ้านเราเมื่อปี 2015 และได้ปรับราคาตามนโยบายของรัฐล่าสุดได้ประกาศปรับเพิ่มราคาอย่างเป็นทางการ

Mitsubishi Pajero Sport 2.4 GT-Premium 4WD 2017 ราคา 1,529,000 บาท เพิ่มขึ้น 55,000 บาท
– ระบบล็อกความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control System -ACC)

– ระบบล็อคเฟืองท้าย Rear Differential Lock

– ระบบฉีดน้ำล้างไฟหน้า Headlamps Washer

– ชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า Front Guard

– สปอยเลอร์หลัง Rear Spoiler

Suzuki Swift 2017

Suzuki Swift 2017

News ข่าวรถยนต์รถใหม่ข่าวรถ Suzuki
Suzuki Swift 2017 กับข้อมูลใหม่อีกรอบ

November 24, 2016 6949 views Suzuki Swift hatchback
Suzuki Swift 2017 1 1a
Advertising
Suzuki Swift 2017 กับข้อมูลใหม่อีกรอบ

รถยนต์ขนาดเล็กน่ารักโดยช่วงแรกๆได้รับความนิยมอย่างมากในบ้านเราหลังๆเริ่มเงียบๆ แต่ทาง Suzuki Swift ไม่ได้ไปไหนแค่กำลังพัฒนาและเตรียมเปิดตัวโฉมใหม่ในเร็วๆนี้

ล่าสุดมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมาฝากเพื่อนๆอีกครั้งเกี่ยวกับข้อมูลของ Suzuki Swift hatchback ที่คาดว่าจะมาพร้อมขุมพลัง 2 แบบให้เลือก
ไปดูกันที่การออกแบบก่อนตัวหลังคาจะคล้ายๆกับ Vitara Brezza ด้านหน้ามีลายเส้นมากกว่าเดิม พร้อมไฟหน้าแบบ โปรเจคเตอร์ เดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ ที่ยากมาจาก Baleno ภายในห้องโดยสารมาพร้อมแผงหน้าและพวงมาลัยแบบใหม่

สำหรับเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล Dualjet 4 สูบ 1.2 ลิตร และแบบเบนซิน 3 สูบ 1 ลิตร Boosterjet turbo ซึ่งในเครื่องแบบดีเซล ก็มีแยกย่อยอีก 2 แบบคือ มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และแบบเกียร์ CVT พร้อมระบบ SHVS mild-hybrid โดยทั้ง 2 แบบ ให้กำลังได้ 90 แรงม้า ส่วนเครื่องเบนซินนั้น จะใช้ตัวเดียวกับ Suzuki Baleno RS ในอินเดีย ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังได้ 100 แรงม้า

ในรุ่นท๊อปของ Suzuki Swift hatchback จะมาพร้อมระบบเบรก radar brake support (RBS), ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และไฟหน้าแบบอัตโนมัติ

สำหรับข้อมูลยังไม่ได้รับการยินยันอย่างเป็นทางการแต่ทาง Suzuki Swift hatchback จะเปิดตัวแน่นอนในงาน 2017 Geneva Motor Show ช่วงเดือนมีนาคม

Proton Ertiga 2017

Proton Ertiga 2017 ราคา 4.69 แสนบาทที่มาเลเซีย

สดๆร้อนๆสำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Proton Ertiga 2017 ฝาแฝด Suzuki Ertiga เป็นการร่วมมือระหว่างโปรตอนกับซูซุกิช่วงกลางปี 2015
Proton Ertiga 2017 คงไม่ต่างจาก Ertiga มากซึ่งได้ถูกวางจำหน่ายเป็นรถอเนกประสงค์รุ่นเล็กรองลงมาจาก Exora ภายในห้องโดยสารยกจากซูซุกิทั้งหมดเช่น ตกแต่งภายในด้วยโทนสีเบจ เพิ่มช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2, กระจกมองข้างปรับ-พับได้แบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว, เบาะนั่งผู้ขับขี่สามารถปรับความสูงได้, เครื่องเสียงพร้อมลำโพงรอบคันทั้งหมด 6 จุด

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 130 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้อัตราสิ้นเปลืองราว 16 กม./ลิตร ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

Suzuki Ignis iUNIQUE

Suzuki Ignis iUNIQUE เคาะราคาเริ่มต้น 649,000 บาทที่อิตาลี่

ไม่คิดว่าจะรุกตลาดเร็วขนาดนี้เพราะ Suzuki Ignis Trail Concept เคยเป็นรถต้นแบบที่อวดโฉมในงาน Tokyo Motor Show 2015 ซึ่งได้สร้างสีสันในงานไม่น้อย และตอนนี้รถรุ่นดังกล่าวได้รับการตกแต่งพิเศษในไปจำหน่ายในอิตาลีโดยใช้ชื่อ Suzuki Ignis iUNIQUE

ภายนอกออกแบบมาพร้อมไฟหน้า LED กระจังหน้าสีดำขลิบขอบสีส้ม กรอบไฟตัดหมอกสีส้มหลังคาสีดำ ฝาครอบกระจกมองข้างสีส้ม สติ๊กเกอร์สีส้มคาดยาวตั้งแต่บังโคลนคู่หน้าจนถึงเสา C-Pillar ล้ออัลลอยสีดำขนาด 16 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทรขาว-ดำเพิ่มอารมณ์สปอร์ตพร้อมขลิบสีส้มบริเวณกรอบหน้ากากแอร์ มือจับแผงประตูและคอนโซลเกียร์ อุปกรณ์มาตราฐานจะประกอบด้วย ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หน้าจอสัมผัสแบบสามมิติ กล้องมองหลัง Cruise Control, ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบไล่ฝ่ากระจกมองข้าง เป็นต้น

Suzuki Ignis iUNIQUE มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.2 ลิตร Dualjet ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า (PS) ที่
6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 12.23 กก-ม. (120 นิวตันเมตร) ที่ 4,400 รอบ/นาที ทำผสานแบตเตอรี่ Lithium ion ขนาด 12 โวลต์ และมอเตอร์ให้กำลังสูงสุด 3 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 5.09 กก-ม. (50 นิวตันเมตร) ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่งกำลังลงพื้นที่ง 4 ล้อ ALLGRIP

Suzuki Ignis iUNIQUE มี 2 สีให้เลือกได้แก่ Bianco ARTICO BiColor และ Azzurro MALDIVE BiColor จำหน่ายเฉพาะในอิตาลี่เท่านั้นขายเพียง 100 คันราคาที่ 6,900 ยูโร หรือ ราว 649,000 บาท จะเปิดตัวในเดือนมกราคม 2017

All New Ford Fiesta 2017

All New Ford Fiesta 2017

All New Ford Fiesta 2017 อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปงและได้มีการจัดงานเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ฟอร์ตเคยมีมาและยังมาพร้อม 4 รุ่นย่อยได้แก่ Titanium , Vignale , ST-Line และ Active Crossover
All New Ford Fiesta มีจุดเด่นตรงที่ขนาดเล็กและมาพร้อมเทคโนโลยีสุดไฮเทคสามารถจับกลุ่มลูกค้าได้แตกต่างถึง 4 แบบ ถือเป็นความชาญฉลาดของฟอร์ต คือพวกเขาสร้างรถค้นเดียวให้เลือกค้าสามารถเลือกชุดตกแต่งเข้ากับส่วนบุคคลอย่างอิสระสร้างความแตกต่างส่วนตัวอย่างลงตัว
และเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกในการขับขี่ให้ผู้ขับรู้สึกสะดวกสบายและปลอดภัย ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่จะประกอบไปด้วยกล้อง 2 ตัว, เรดาร์ 3 จุดและเซนเซอร์ Ultrasonic 12 จุดรอบคันรถ มีระยะสำรวจในระยะ 130 เมตรที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้แก่ระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ และ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะสามารถหยุดรถทันทีหากผู้ขับไม่ตอบสนองต่อคำแนะนำ
ทั้งยังมีระบบเชื่อมต่อ SYNC3 รองรับสมาร์ทโฟนสามารถสั่งการด้วยเสียงสามารถรองรับ MyFord Dock
เชื่อมกับสมาร์ทโฟนได้ ส่วนระบบเครื่องเสียงแบบ B&O Play System ลำโพง 10 ตัว ให้กำลังขับ 675 วัตต์ เพิ่มความบันเทิงอีกขั้น

All New Ford Fiesta มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร Ecoboost ที่ให้เลือกทั้งแบบ 100 แรงม้า, 125 แรงม้าและ 140 แรงม้า จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ปล่อยค่าไอเสีย CO2 ต่ำเพียงแค่ 97 กรัมต่อกิโลเมตร

รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ 1.0 Ecoboost 100 แรงม้าพร้อม Power Shift

เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร TCDI 125 แรงม้าจับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ปล่อยค่า ไอเสีย CO2 ต่ำเพียง 89 กรัมต่อกิโลเมตร

เครื่องยนต์เบนซิน 1.1 ลิตร 70 แรงม้า และ 85 แรงม้า ใช้งานวิศวกรรมเครื่องยนต์ร่วมกับ 1.0 ลิตร Ecoboost จับคู่เกียร์ ธรรมดา 5 จังหวะ

All New Ford Fiesta ได้พัฒนาการเข้าโค้งที่แม่นยำเพิ่มขึ้นอีก 10% ด้วยระบบ Electronic Torque Vectoring Control ที่ช่วยเบรกเบา ๆ ขณะขับทางโค้ง ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

การเปิดตัว All New Ford Fiesta คาดว่าคงไม่เกินปี 2018

Mazda 2 MY2017

Mazda 2 MY2017

ในแดนปลาดิบมีได้มีข่าวการเผยโฉมรถยนต์ Mazda Demio หรือ Mazda 2 อยู่เรื่อยๆ มาวันนี้ได้มีการเผยรายละเอียดในส่วนข้อมูลและภาพคันจริงโดยหลักๆ ได้มีการปรับปรุงออฟชั่นความปลอดภัย และการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น

ภายนอก Mazda2 MY2017 ตกแต่งด้วยกระจังหน้า,โครเมียม ช่องไฟตัดหมอก กรอบป้ายทะเบียนต่างจากเดิม และยังมีการเพิ่มตัวถังสีเทา Gray Premium Metallic, สีแดงเข้มอมม่วง Deep Crimson Mica, สีน้ำเงิน Eternal Blue Mica

ภายในปรับปรุงคล้ายกับ มาสด้า3 ใหม่ มีการเพิ่มการตกแต่ง Tailored Brown ภายในห้องโดยสารสีดำ ตัดกับ สีน้ำตาล เบาะนั่งตัดเย็บแบบลายลูกฟูกข้าวหลามตัดเดิมตะเข็บด้วยสีส้มเพิ่มความสปอร์ตอย่างลงตัว

ด้านอุปกรณ์ความปลอดภัย i-Activsense ประกอบด้วย

– ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ Adaptive LED Headlamps (ALH)
– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Mazda Radar Cruise Control (MRCC)
– ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหน้า (SCBS)
– ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติด้านหลัง (SCBS-R)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ช่วยเบรก Smart Brake Support (SBS) ซึ่งเป็นระบบชะลอความเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะในระดับ 30-100 km/h

พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 Skyactiv-G 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.3 ลิตร 1,298 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 71.0 x 82.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 121 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบสี่ล้อ

เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 Skyactiv-D เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี.เทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 76.0 x 82.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.8 : 1 กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 3,200 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ) และ 250 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที (ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ) ระบบขับเคลื่อนส้อล้อหน้า และแบบสี่ล้อ

พร้อมการติดตั้ง G-Vectoring Control ในทุกรุ่นย่อยเป็นระบบควบคุมแรงบิดเพื่อช่วยให้การควบคุมระหว่างเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบพวงมาลัยไฟฟ้ารวมถึงลดการสั่นสะเทิอนและเสียงดังในรุ่นดีเซล

Mazda 2 MY2017 จะเริ่มวางจำหน่ายแล้วเร็วๆนี้ในญิปุ่น